
วิธีการใช้แสง UV เพื่อการพิมบนผ้าให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เราสร้างหลอด UV ขึ้นมาเพียงเพื่อจุดประสงค์เดียวเท่านั้น นั่นก็คือเพื่อให้หมึกแห้งบนผ้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำลายเนื้อผ้า
เมื่อคุณพิมบนผ้า คุณไม่ได้ต้องการเพียงแค่ “แสงสว่าง” เท่านั้น แต่คุณต้องการปริมาณรังสี UV ที่เหมาะสม เพื่อให้หมึกติดกับเนื้อผ้าได้อย่างแน่นหนา หากระดับรังสีไม่ถูกต้อง หมึกก็จะไม่ติดกับผ้า หรืออาจหลุดออกมาได้ ไม่มีใครอยากทิ้งผ้าทั้งม้วนเพราะปัญหาการแห้งของหมึกหรอก
หลักการทางวิทยาศาสตร์ (อธิบายอย่างง่าย)
หลอด UV ของเราสามารถปล่อยแสงในความยาวคลื่นที่เหมาะสมได้ ซึ่งช่วยให้หมึกติดกับเส้นใยผ้าได้อย่างแน่นหนา โดยไม่ทำให้ผ้าไหม้ เราใช้เวลามากมายในการปรับแต่งกำลังไฟและความยาวของหลอด เพื่อให้แสงส่องสว่างอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งผืนผ้า
เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: อย่าเพิ่มกำลังไฟเพื่อให้กระบวนการพิมพ์เร็วขึ้น เพราะวิธีนี้ไม่ได้ผล การใช้กำลังไฟมากเกินไปจะทำให้ขั้วไฟฟ้าเสียหายเร็วขึ้น และยังทำให้สเปกตรัมของแสงเสียไปอีก ผลลัพธ์ก็คือ หมึกจะยังคงเหนียวอยู่เมื่อสัมผัส
เรื่องความร้อนและอุปกรณ์
เราใช้แก้วควอตซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง เพราะแก้วธรรมดาจะป้องกันไม่ให้แสงในความยาวคลื่นที่จำเป็นสำหรับการแห้งของหมึกผ่านเข้ามาได้ เรายังใช้ตัวอุดปลายหลอดที่มีคุณภาพสูงอีกด้วย เพราะหลอดจะขยายตัวและหดตัวเมื่อร้อนหรือเย็นลง ตัวอุดนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้หลอดแตกเมื่อมีแรงดันเกิดขึ้น
แต่คุณต้องคอยดูแลเรื่องการระบายความร้อนด้วย หลอด UV จะปล่อยความร้อนในรูปแบบของแสงอินฟราเรดออกมาด้วย หากระบบระบายความร้อนไม่ดีพอ ก็อาจทำให้ผ้าบิดเบี้ยว หรือแย่กว่านั้นคือเกิดไฟไหม้ได้ เราแนะนำให้ใช้ระบบระบายความร้อนแบบลมโดยตรง เพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
วิธีการติดตั้งในโรงงานของคุณ
การติดตั้งหลอด UV เหล่านี้ง่ายมาก หลอดเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้สามารถติดตั้งได้โดยตรงกับเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ และเรายังใช้ตัวเชื่อมต่อมาตรฐาน เพื่อให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินสายไฟ
เคล็ดลับด้านการบำรุงรักษา: อย่ารอจนกระทั่งหลอดทั้งหมดเสียก่อนที่จะเปลี่ยน นั่นจะทำให้เกิดปัญหาได้ เราแนะนำให้เปลี่ยนหลอดเมื่อมีอายุการใช้งานประมาณ 80% ของอายุการใช้งานทั้งหมด วิธีนี้จะช่วยให้ความเร็วในการพิมพ์คงที่ และคุณภาพของผลงานก็จะสม่ำเสมอ ไม่มีปัญหาหรือความกังวลใดๆ